ดูแลดวงตาอย่างไรในยุคดิจิทัล? วิธีถนอมสายตา ลดตาล้า ป้องกันตาเสื่อมก่อนวัย
เมื่อเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น…แต่กำลังทำร้ายดวงตาโดยไม่รู้ตัว ในยุคดิจิทัลที่การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันหลีกเลี่ยงหน้าจอไม่ได้ ดวงตาของเราต้องเผชิญกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ สุขภาพดวงตา โดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต
Digital Eye Alert คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า การใช้หน้าจอดิจิทัลต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดปัญหา ตาล้า ตาแห้ง ปวดตา มองเห็นไม่ชัด และสายตาเสื่อมก่อนวัย ปัญหาเหล่านี้มักเริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากละเลย อาจกลายเป็น ภัยเงียบที่ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นในระยะยาว
การรู้เท่าทันผลกระทบจากเทคโนโลยี และเรียนรู้ วิธีดูแลดวงตาอย่างถูกต้องในยุคดิจิทัล จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยถนอมสายตา ลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพตา และรักษาการมองเห็นให้ดีไปได้นานที่สุด
เราลองมาเช็กอาการตัวเองกัน ว่าเสี่ยงมีปัญหาสุขภาพตาหรือไม่ มองหน้าจอ > 6 ชม./วัน
มีอาการตาล้า / แสบตา เคืองตา/ น้ำตาไหล / ปวดหัว ปวดเบ้าตา
ตาพร่ามัวเป็นพักๆ สู้แสงไม่ได้
เปลือกตาหนัก ง่วงนอนตลอดเวลา
สายตาเปลี่ยนเร็ว ไม่คงที่
ภาวะที่กำลังเป็น “โรคเงียบของยุคดิจิทัล” ที่พบบ่อย ได้แก่
ปัญหาสายตาผิดปกติมากขึ้น
อุบัติการณ์“ตาแห้ง” เพิ่มขึ้น และมีอาการรุนแรงขึ้น
ปัจจุบันพบว่า เฉลี่ยแล้วคนทำงานต้องใช้หน้าจอวันละ 8–10 ชม./วัน โดยเฉพาะหลังยุคโควิด-19 ที่ผ่านมา การทำงานจากบ้าน (WFH) การที่จ้องหน้าจอทั้งวัน ทำให้ปัญหาสายตาสั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
จากการศึกษา ภาวะสายตาผิดปกติ กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นปัญหาระดับโลก โดยมีการคาดการณ์จาก WHO ว่า ในปี 2050 ประชากรกว่าครึ่งโลก (50%) หรือ 3,500 ล้านคนขึ้นไป จะมีปัญหาสายตาสั้น โดยกลุ่มประชากรที่สายตาสั้นสูง มากกว่า 6.00 diopter จะมีความเสี่ยงเป็นโรคทางตาอื่นๆ ด้วย เช่นต้อหิน จอประสาทตาฉีกขาด หรือต้อกระจก
ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่ทำร้ายดวงตา
อายุที่มากขึ้น โรคประจำตัว
ใช้สายตาต่อเนื่อง จ้องจอเกิน 2 ชม. โดยไม่พัก ใช้มือถือขณะนอน เปิดแสงจอสว่างเกินไป
นั่งในห้องปรับอากาศทั้งวัน
ไม่ใส่แว่นกรองแสง
มีต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน
แนวทางการป้องกันและเทคนิคถนอมสายตาในยุคดิจิทัล
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา โดยใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุกๆ 20 นาทีเวลาทำงาน ให้มองออกไปไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที
ปรับสิ่งแวดล้อม จัดแสงและระยะหน้าจอห่างจากตา 50–70 ซม. ปรับจอให้พอดีกับแสงรอบตัว
กะพริบตาให้บ่อยขึ้น กะพริบตาให้สุดช้าๆ
ประคบอุ่นเปลือกตาอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น หรือแผ่นประคบอุณหภูมิ 40-45องศา วาง 5-10 นาที แล้วทำความสะอาดเปลือกตาและขอบโคนขนตาด้วยแชมพูเด็กอ่อน เพื่อลดการอุดตัน กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันสร้างน้ำตา
โภชนาการและอาหารที่มีประโยชน์สำหรับดวงตา เช่น ลูทีน, ซีแซนทีน (ในผักใบเขียวเข้ม), วิตามิน A, C, E, Zinc
หยอดน้ำตาเทียมให้ความชุ่มชื่น
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะผิดปกติรุนแรง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางช่วยดูแล เช่น การใช้แสงรักษา (Eyelight)
ที่มา : โรงพยาบาลพญาไท